<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Asean Tourism</title>
	<atom:link href="https://pongsakornth.eu5.org/?cat=9&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://pongsakornth.eu5.org</link>
	<description>ท่องเที่ยวอาเซียน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Dec 2014 22:58:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.0.1</generator>
	<item>
		<title>ปราสาทบาปวน นครธม</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=1178</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=1178#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2014 10:21:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=1178</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ภาพจาก http://travelplaces2015.blogspot.com/2012/08/blog-post_12.html ปราสาทบาปวน จัดเป็นปราสาทแรกในกลุ่มปราสาทเมืองพระนคร มีทางเดินผ่านตัวปราสาทเป็นสะพานหินยกระดับทอดยาว ทางเดินเข้าผ่านโคปุระรูปกากบาท 3 ทาง ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่ตั้งของปราสาทอยู่ในเขตพระราชวังหลวง เป็นปราสาทที่มียอดสูง มีหลักฐานจากการบันทึกของจิวต้ากวนราชทูตจากเมืองจีนในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวไว้ว่า ยอดปราสาทบาปวนเคลือบด้วยสำริดแลอร่ามแต่ไกล หากยอดไม่หักพังเสียก่อน คาดว่าปราสาทบาปวนอาจมีความสูงกว่าปราสาทพิมานอากาศ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ปัจจุบันนี้ปราสาททรุดโทรมมากและกำลังได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/10/ปราสาทบาปวน-นครธม.jpg"><img class="aligncenter wp-image-1180" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/10/ปราสาทบาปวน-นครธม.jpg" alt="ปราสาทบาปวน นครธม" width="400" height="333" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://travelplaces2015.blogspot.com/2012/08/blog-post_12.html">http://travelplaces2015.blogspot.com/2012/08/blog-post_12.html</a></p>
<p>ปราสาทบาปวน จัดเป็นปราสาทแรกในกลุ่มปราสาทเมืองพระนคร มีทางเดินผ่านตัวปราสาทเป็นสะพานหินยกระดับทอดยาว ทางเดินเข้าผ่านโคปุระรูปกากบาท 3 ทาง ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่ตั้งของปราสาทอยู่ในเขตพระราชวังหลวง เป็นปราสาทที่มียอดสูง มีหลักฐานจากการบันทึกของจิวต้ากวนราชทูตจากเมืองจีนในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวไว้ว่า ยอดปราสาทบาปวนเคลือบด้วยสำริดแลอร่ามแต่ไกล หากยอดไม่หักพังเสียก่อน คาดว่าปราสาทบาปวนอาจมีความสูงกว่าปราสาทพิมานอากาศ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ปัจจุบันนี้ปราสาททรุดโทรมมากและกำลังได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=1178</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองประวัติศาสตร์วีกัน</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=1004</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=1004#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 12:06:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=1004</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก  http://en.wikipedia.org/wiki/Vigan  วีกัน เป็นเมืองมรดกโลกในประเทศฟิลิปปินส์ สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) จัดเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุด ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะลูซอน ในจังหวัดอีโลโกสซูร์ (Ilocos Sur) ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ เป็นตัวอย่างของการวางผังเมืองที่ดีในยุคอาณานิคมสเปนในเอเชีย โดยวางผังเมืองเป็นรูปแบบเมืองการค้าของยุโรปในเอเชียที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมยุโรปได้อย่างกลมกลืน เป็นผลให้เกิดวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ของเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองวีกันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมของสเปนไว้ได้อย่างดี ถนน และตึกเป็นแบบสเปน อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ทรงสเปนที่ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่มากในเขตเมืองเก่า มีโบสถ์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยอาณานิคมที่มีชื่อเสียง เช่น มหาวิหารวีกัน (Cathedral of Vigan) เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ถนนในเมืองนี้จึงอนุญาตให้เฉพาะรถม้าเท่านั้นที่สัญจรได้ ภาพจาก http://theaseannewsblog.blogspot.com/p/historic-town-of-vigan-philippines.html]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เมืองประวัติศาสตร์วีกัน.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-1005" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เมืองประวัติศาสตร์วีกัน.png" alt="เมืองประวัติศาสตร์วีกัน" width="450" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก  <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Vigan ">http://en.wikipedia.org/wiki/Vigan </a></p>
<p style="text-align: left;">วีกัน เป็นเมืองมรดกโลกในประเทศฟิลิปปินส์ สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) จัดเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุด ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะลูซอน ในจังหวัดอีโลโกสซูร์ (Ilocos Sur) ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ เป็นตัวอย่างของการวางผังเมืองที่ดีในยุคอาณานิคมสเปนในเอเชีย โดยวางผังเมืองเป็นรูปแบบเมืองการค้าของยุโรปในเอเชียที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมยุโรปได้อย่างกลมกลืน เป็นผลให้เกิดวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ของเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p style="text-align: left;">เมืองวีกันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมของสเปนไว้ได้อย่างดี ถนน และตึกเป็นแบบสเปน อาคารบ้านเรือนเก่าแก่ทรงสเปนที่ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่มากในเขตเมืองเก่า มีโบสถ์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยอาณานิคมที่มีชื่อเสียง เช่น มหาวิหารวีกัน (Cathedral of Vigan) เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ถนนในเมืองนี้จึงอนุญาตให้เฉพาะรถม้าเท่านั้นที่สัญจรได้</p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/มหาวิหารวีกัน.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-1006" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/มหาวิหารวีกัน.png" alt="มหาวิหารวีกัน" width="450" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://theaseannewsblog.blogspot.com/p/historic-town-of-vigan-philippines.html">http://theaseannewsblog.blogspot.com/p/historic-town-of-vigan-philippines.html</a></p>
<p style="text-align: center;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=1004</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทือกเขาฮามิกิตัน</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=1001</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=1001#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 12:02:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=1001</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://somethingaboutnews.blogspot.com/2011/02/davor-vies-for-world-heritage-list-by.html ขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาฮามิกิตัน (Mount Hamiguitan Range Wildlife Sanctuary) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 75-1,637 เมตร โดยมีภูเขาฮามิกิตันมีความสูง 1,620 เมตร แนวภูเขาฮามิกิตันประกอบด้วยพื้นที่ 6,834 เฮกตาร์ (68.34 ตารางกิโลเมตร) ป่าไม้เป็นป่าแคระที่มีความพิเศษของต้นไม้เก่าแก่ในดินอัลตราเมฟิก (ultramafic soil) ซึ่งกำลังใกล้สูญพันธ์ ภูเขาและบริเวณใกล้เคียงเป็นที่อยู่ของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ แตกต่างกันออกไปโดยขึ้นอยู่กับระดับความสูง รวมทั้งนกอินทรีฟิลิปปินส์และนกกระตั้วฟิลิปปินส์ด้วย มีสายพันธุ์ที่หลากหลายของหม้อข้าวหม้อแกงลิง Nepenthes peltata ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่น มีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น 8 สายพันธุ์ที่พบได้บนภูเขาฮามิกีตันเท่านั้นด้วย พื้นที่บริเวณนี้ได้รับการประกาศเป็นได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใน พ.ศ. 2546 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติของฟิลิปปินส์ในปี พ.ศ. 2557&#8230; ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เทือกเขาฮามิกิตัน.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-1002" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เทือกเขาฮามิกิตัน.png" alt="เทือกเขาฮามิกิตัน" width="450" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://somethingaboutnews.blogspot.com/2011/02/davor-vies-for-world-heritage-list-by.html">http://somethingaboutnews.blogspot.com/2011/02/davor-vies-for-world-heritage-list-by.html</a></p>
<p style="text-align: left;">ขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาฮามิกิตัน (Mount Hamiguitan Range Wildlife Sanctuary) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 75-1,637 เมตร โดยมีภูเขาฮามิกิตันมีความสูง 1,620 เมตร แนวภูเขาฮามิกิตันประกอบด้วยพื้นที่ 6,834 เฮกตาร์ (68.34 ตารางกิโลเมตร) ป่าไม้เป็นป่าแคระที่มีความพิเศษของต้นไม้เก่าแก่ในดินอัลตราเมฟิก (ultramafic soil) ซึ่งกำลังใกล้สูญพันธ์ ภูเขาและบริเวณใกล้เคียงเป็นที่อยู่ของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ แตกต่างกันออกไปโดยขึ้นอยู่กับระดับความสูง รวมทั้งนกอินทรีฟิลิปปินส์และนกกระตั้วฟิลิปปินส์ด้วย มีสายพันธุ์ที่หลากหลายของหม้อข้าวหม้อแกงลิง Nepenthes peltata ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่น มีสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น 8 สายพันธุ์ที่พบได้บนภูเขาฮามิกีตันเท่านั้นด้วย</p>
<p>พื้นที่บริเวณนี้ได้รับการประกาศเป็นได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใน พ.ศ. 2546 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติของฟิลิปปินส์ในปี พ.ศ. 2557</p>
<p style="text-align: left;">เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาฮามิกิตัน ตั้งอยู่ในจังหวัดดาเวาโอริเอนตัล ทางใต้ของเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ อยู่บนแนวเขาตลอดแนวคาบสมุทรพูจาดา ทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=1001</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกาะสุมาตรา</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=997</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=997#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:55:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=997</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://beautyof-theworld.blogspot.com/2013/08/tropical-rainforest-heritage-of-sumatera.html มรดกป่าฝนเขตร้อนของเกาะสุมาตรา (Tropical Rainforest Heritage of Sumatra) ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติกุนุงลูเซอร์(Guunung Leuser) อุทยานแห่งชาติเครินซีเซบลัต (Kerinci Seblat) และอุทยานแห่งชาติบูกิตบาริซานเซลาตัน (Bukit Barisan Selatan) มีเนื้อที่รวม 2.5 ล้านเฮคเตอร์ (ประมาณ 25,000 ตารางกิโลเมตร) ป่าฝนเขตร้อนของเกาะสุมาตรา เป็นบริเวณนี้มีศักยภาพสูงที่สุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่กำลังสูญพันธุ์ เป็นที่อาศัยของพืชประมาณ 10,000 สายพันธุ์ รวมทั้งพืชเฉพาะถิ่น 17 ตระกูล สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 200 สายพันธุ์ นก 580&#8230; ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เกาะสุมาตรา.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-998" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เกาะสุมาตรา.jpg" alt="เกาะสุมาตรา" width="450" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://beautyof-theworld.blogspot.com/2013/08/tropical-rainforest-heritage-of-sumatera.html">http://beautyof-theworld.blogspot.com/2013/08/tropical-rainforest-heritage-of-sumatera.html</a></p>
<p style="text-align: left;">มรดกป่าฝนเขตร้อนของเกาะสุมาตรา (Tropical Rainforest Heritage of Sumatra) ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติกุนุงลูเซอร์(Guunung Leuser) อุทยานแห่งชาติเครินซีเซบลัต (Kerinci Seblat) และอุทยานแห่งชาติบูกิตบาริซานเซลาตัน (Bukit Barisan Selatan) มีเนื้อที่รวม 2.5 ล้านเฮคเตอร์ (ประมาณ 25,000 ตารางกิโลเมตร)</p>
<p style="text-align: left;">ป่าฝนเขตร้อนของเกาะสุมาตรา เป็นบริเวณนี้มีศักยภาพสูงที่สุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่กำลังสูญพันธุ์ เป็นที่อาศัยของพืชประมาณ 10,000 สายพันธุ์ รวมทั้งพืชเฉพาะถิ่น 17 ตระกูล สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 200 สายพันธุ์ นก 580 สายพันธุ์ ซึ่ง 465 สายพันธุ์เป็นนกที่อยู่ประจำ และอีก 21 สายพันธุ์เป็นนกที่มาเป็นครั้งคราว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 22 สายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์เอเชียซึ่งไม่เคยพบในที่อื่นในหมู่เกาะของอินโดนีเชีย และอีก 15 สายพันธุ์มีอยู่เฉพาะอินโดนิเซีย รวมไปถึงสัตว์ท้องถิ่นของสุมาตรา คือ อุรังอุตัง</p>
<p style="text-align: left;"><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/08sumarta2.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-999" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/08sumarta2.jpg" alt="08sumarta2" width="450" height="338" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=997</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แหล่งมนุษย์ยุคเริ่มแรกซังงีรัน</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=994</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=994#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:49:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=994</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://kotawisataindonesia.com/museum-purbakala-sangiran-sragen/ แหล่งโบราณคดีซังงีรัน เป็นบริเวณชั้นหินที่มีอายุทางธรณีวิทยาเก่าแก่กว่า 1.5 ล้านปี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 56 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ตั้งแหล่งโบราณคดี และเป็นแหล่งขุดค้นทางมนุษยวิทยา มีการขุดค้นพบซากฟอสซิสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 พบฟอสซิลมนุษย์โบราณ ประกอบด้วยฟอสซิล Meganthropus palaeo และ Pithecanthropus erectus/Homo erectus ซึ่งเป็นมนุษย์ยุคแรกเริ่มมีชีวิตอยู่เมื่อ 1.5-1.8  ล้านปีมาแล้ว จำนวนกว่า 50 ซาก และพบเครื่องมือที่ทำด้วยหินของมนุษย์ในยุคหินเก่าและยุคหินใหม่ แสดงให้เห็นถึงที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์และพัฒนาการทางวัฒนธรรมอันยาวนาน นับเป็นสถานที่สำคัญที่ในการศึกษาและทำให้เข้าใจวิวัฒนาการของมนุษย์มากขึ้น]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/Sangiran.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-995" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/Sangiran.jpg" alt="Sangiran" width="450" height="338" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://kotawisataindonesia.com/museum-purbakala-sangiran-sragen/">http://kotawisataindonesia.com/museum-purbakala-sangiran-sragen/</a></p>
<p style="text-align: left;">แหล่งโบราณคดีซังงีรัน เป็นบริเวณชั้นหินที่มีอายุทางธรณีวิทยาเก่าแก่กว่า 1.5 ล้านปี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 56 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ตั้งแหล่งโบราณคดี และเป็นแหล่งขุดค้นทางมนุษยวิทยา มีการขุดค้นพบซากฟอสซิสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 พบฟอสซิลมนุษย์โบราณ ประกอบด้วยฟอสซิล Meganthropus palaeo และ Pithecanthropus erectus/Homo erectus ซึ่งเป็นมนุษย์ยุคแรกเริ่มมีชีวิตอยู่เมื่อ 1.5-1.8  ล้านปีมาแล้ว จำนวนกว่า 50 ซาก และพบเครื่องมือที่ทำด้วยหินของมนุษย์ในยุคหินเก่าและยุคหินใหม่ แสดงให้เห็นถึงที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์และพัฒนาการทางวัฒนธรรมอันยาวนาน นับเป็นสถานที่สำคัญที่ในการศึกษาและทำให้เข้าใจวิวัฒนาการของมนุษย์มากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=994</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดพรัมบานัน</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=991</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=991#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:44:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=991</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://voyagista.com/category/inasia/indonesia/ ปรัมบานัน (Prambanan) หรือ จันดีปรัมบานัน (Candi Prambanan) หรือกลุ่มวัดพรัมบานัน (Prambanan Temple Compounds) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าบุโรพุทโธ เพราะเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่เทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์ของฮินดู  คือ พระพรหม พระนารายณ์ พระอิศวร และสัตว์เทพพาหนะ สร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 จึงได้มีการเริ่มบูรณะขึ้นมา การบูรณะสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496 ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะปรัมบานันที่กว้างใหญ่ ในเขตชวากลาง ของอินโดนีเซีย ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตาไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/วัดพรัมบานัน.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-992" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/วัดพรัมบานัน.jpg" alt="วัดพรัมบานัน" width="600" height="380" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://voyagista.com/category/inasia/indonesia/">http://voyagista.com/category/inasia/indonesia/</a></p>
<p style="text-align: left;">ปรัมบานัน (Prambanan) หรือ จันดีปรัมบานัน (Candi Prambanan) หรือกลุ่มวัดพรัมบานัน (Prambanan Temple Compounds) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าบุโรพุทโธ เพราะเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแด่เทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์ของฮินดู  คือ พระพรหม พระนารายณ์ พระอิศวร และสัตว์เทพพาหนะ สร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 จึงได้มีการเริ่มบูรณะขึ้นมา การบูรณะสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496</p>
<p style="text-align: left;">ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะปรัมบานันที่กว้างใหญ่ ในเขตชวากลาง ของอินโดนีเซีย ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตาไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=991</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติลอเรนซ์</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=988</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=988#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:42:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=988</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://aseannotes.blogspot.com/2014/07/7.html อุทยานแห่งชาติโลเรนซ์ (Lorentz National Park) ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย เดิมรู้จักกันในชื่อ ไอเรียน จายา (Irian Jaya) ซึ่งหมายถึง นิวกีนีตะวันตก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อโดยตั้งชื่อตามนักสำรวจชาวดัชท์  Hendrikus Albertus Lorentz  ซี่งได้เดินทางสำรวจพื้นที่แถบนี้ในปี พ.ศ 2452-2453 ในปี พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ อินโดนีเชียได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติของอินโดนีเชีย และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี พ.ศ. 2542]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/อุทยานแห่งชาติลอเรนซ์.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-989" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/อุทยานแห่งชาติลอเรนซ์.jpg" alt="อุทยานแห่งชาติลอเรนซ์" width="450" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://aseannotes.blogspot.com/2014/07/7.html">http://aseannotes.blogspot.com/2014/07/7.html</a></p>
<p>อุทยานแห่งชาติโลเรนซ์ (Lorentz National Park) ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย เดิมรู้จักกันในชื่อ ไอเรียน จายา (Irian Jaya) ซึ่งหมายถึง นิวกีนีตะวันตก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อโดยตั้งชื่อตามนักสำรวจชาวดัชท์  Hendrikus Albertus Lorentz  ซี่งได้เดินทางสำรวจพื้นที่แถบนี้ในปี พ.ศ 2452-2453 ในปี พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ อินโดนีเชียได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติของอินโดนีเชีย และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี พ.ศ. 2542</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=988</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติโคโมโด</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=984</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=984#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:39:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=984</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://www.listofwonders.com/new-seven-wonders-of-nature ภาพจาก http://www.simplythemost.com/10-popular-tourist-attractions-in-indonesia ปัจจุบันมีมังกรโคโมโดเหลืออยู่บนโลกราว 4,000 ตัว กระจายอยู่บนสี่เกาะ คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา เกาะฟลอเรส และเกาะซุมบาวา โดยบนเกาะโคโมโดมีอยู่มากที่สุด คือกว่า 1,500 ตัว พวกมันกำลังถูกคุกคามให้ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากประชากรบนเกาะที่พวกมันอยู่เพิ่มจำนวนมากขึ้น เหยื่อของมันถูกล่าจนลดน้อยลง และการขยายตัวของการเกษตรและกสิกรรมทำลายพื้นที่หากินของมันไปมาก ปัจจุบันมังกรโคโมโดจึงจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศอินโดนีเซีย อุทยานแห่งชาติโคโมโด ประกอบด้วยสามเกาะหลัก คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา เกาะปาดาร์ รวมทั้งเกาะเล็ก ๆ อีกมากมายที่รายรอบอยู่ มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 1,817 ตารางกิโลเมตร (เป็นแผ่นดิน 603 ตารางกิโลเมตร) มีประชากรอาศัยอยู่ราว 4,000 คน&#8230; ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/อุทยานแห่งชาติโคโมโด.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-985" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/อุทยานแห่งชาติโคโมโด.jpg" alt="อุทยานแห่งชาติโคโมโด" width="450" height="300" /></a></p>
<div style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://www.listofwonders.com/new-seven-wonders-of-nature">http://www.listofwonders.com/new-seven-wonders-of-nature</a></div>
<div style="text-align: center;"></div>
<div style="text-align: center;"><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/KomodoNationPark3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-986" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/KomodoNationPark3.jpg" alt="KomodoNationPark3" width="450" height="300" /></a></div>
<div style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://www.simplythemost.com/10-popular-tourist-attractions-in-indonesia">http://www.simplythemost.com/10-popular-tourist-attractions-in-indonesia</a></div>
<div></div>
<p>ปัจจุบันมีมังกรโคโมโดเหลืออยู่บนโลกราว 4,000 ตัว กระจายอยู่บนสี่เกาะ คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา เกาะฟลอเรส และเกาะซุมบาวา โดยบนเกาะโคโมโดมีอยู่มากที่สุด คือกว่า 1,500 ตัว พวกมันกำลังถูกคุกคามให้ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากประชากรบนเกาะที่พวกมันอยู่เพิ่มจำนวนมากขึ้น เหยื่อของมันถูกล่าจนลดน้อยลง และการขยายตัวของการเกษตรและกสิกรรมทำลายพื้นที่หากินของมันไปมาก ปัจจุบันมังกรโคโมโดจึงจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศอินโดนีเซีย</p>
<div>อุทยานแห่งชาติโคโมโด ประกอบด้วยสามเกาะหลัก คือ เกาะโคโมโด เกาะริงกา เกาะปาดาร์ รวมทั้งเกาะเล็ก ๆ อีกมากมายที่รายรอบอยู่ มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 1,817 ตารางกิโลเมตร (เป็นแผ่นดิน 603 ตารางกิโลเมตร) มีประชากรอาศัยอยู่ราว 4,000 คน เกาะเหล่านี้กำเนิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ  เป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลสูง มีสัตว์ทะเลอาศัยอยู่หลายชนิด จัดเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์ของโลก</div>
<div>บริเวณเกาะโคโมโด และเกาะที่รายรอบอุทยานแห่งชาติโคโมโด เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์มีบรรพบุรุษใกล้ชิดกับไดโนเสาร์เมื่อ 300 ล้านปีมาแล้ว และมีอยู่เพียงแห่งเดียวในโลกคือที่อุทยานแห่งชาติโคโมโด ประเทศอินโดนีเซียนี้เท่านั้น ด้วยลักษณะและนิสัยใจคอที่ก้าวร้าว ทำให้พวกมันถูกเรียกว่า “มังกรโคโมโด”</div>
<div>มังกรโคโมโดเป็นตะกวดพันธ์ใหญ่ที่สุดของโลก มีความยาวกว่าสามเมตร และหนักกว่า 70 กิโลกรัมเมื่อโตเต็มที่ จัดเป็นสัตว์อันตรายเนื่องจากเป็นนักล่าที่น่าหวาดกลัว มันล่าสัตว์ตั้งแต่ ลิง นก หมูป่า กวาง จนถึงควาย และม้า มันจะจู่โจมด้วยฟันที่คมกริบและเล็บโค้งที่แข็งแกร่ง แต่อาวุธที่น่ากลัวที่สุดคือน้ำลายในปาก ในน้ำลายของโคโมโดมีแบคทีเรียมากกว่าห้าสิบชนิด เหยื่อที่ถูกกัดจะเกิดอาการเลือดเป็นพิษ และตายในเวลาไม่เกินสามวัน</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=984</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองประวัติศาสตร์มะละกาและจอร์จทาวน์</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=975</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=975#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:24:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=975</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://may1849.blogspot.com/p/6.html มะละกา (อังกฤษ: Malacca; มาเลย์: Melaka) เป็นเมืองเอกของรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย ในอดีตที่นี่เป็นเมืองท่าสำคัญที่เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือค้าขายระหว่างชาติตะวันตกและตะวันออกต่อมา มะละกาได้ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกทั้งโปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ อาคารในมะละกาจึงมีลักษณะของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปกรรมท้องถิ่น กับเจ้าอาณานิคมนั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 มะละกาและจอร์จทาวน์ถูก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีภูมิสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ไม่ซ้ำใครทั้งในตะวันออกกลางและ เอเชียตะวันออกเฉียง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เมืองประวัติศาสตร์มะละกาและจอร์จทาวน์.jpg"><img class="aligncenter wp-image-976" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/เมืองประวัติศาสตร์มะละกาและจอร์จทาวน์.jpg" alt="เมืองประวัติศาสตร์มะละกาและจอร์จทาวน์" width="400" height="271" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://may1849.blogspot.com/p/6.html">http://may1849.blogspot.com/p/6.html</a></p>
<div class="1"><b><span lang="TH">มะละกา</span></b><span lang="TH"> (อังกฤษ: </span>Malacca; <span lang="TH">มาเลย์: </span>Melaka) <span lang="TH">เป็นเมืองเอกของรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย ในอดีตที่นี่เป็นเมืองท่าสำคัญที่เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือค้าขายระหว่างชาติตะวันตกและตะวันออกต่อมา มะละกาได้ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกทั้งโปรตุเกส</span>, <span lang="TH">เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ อาคารในมะละกาจึงมีลักษณะของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปกรรมท้องถิ่น กับเจ้าอาณานิคมนั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ</span></div>
<div class="1"><span lang="TH">เมื่อวันที่ </span>7 <span lang="TH">กรกฎาคม ค.ศ. </span>2008 <span lang="TH">มะละกาและจอร์จทาวน์ถูก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีภูมิสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ไม่ซ้ำใครทั้งในตะวันออกกลางและ เอเชียตะวันออกเฉียง</span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=975</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู</title>
		<link>https://pongsakornth.eu5.org/?p=972</link>
		<comments>https://pongsakornth.eu5.org/?p=972#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Nov 2014 11:22:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[pongsakornlp]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pongsakornth.eu5.org/?p=972</guid>
		<description><![CDATA[ภาพจาก http://may1849.blogspot.com/p/6.html อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู หรือที่เรียกในภาษามาเลย์ว่า Taman Negara Kinabalu เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกๆในมาเลเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2507 และเป็นสถานที่แห่งแรกในมาเลเซียที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2543 เนื่องจากถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งใน โลก อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว ทางตะวันออกของมาเลเซีย มีพื้นที่ 754 ตารางกิโลเมตร อยู่รอบๆภูเขาคินาบาลูซึ่งสูง 4,095.2 เมตร และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะบอร์เนียว ภายในอุทยานเป็นแหล่งที่อยู่ของพันธุ์พืชและสัตว์หลากหลายชนิด โดยแบ่งเขตแหล่งที่อยู่ออกตามสภาพทางภูมิศาสตร์ออกได้เป็น 4 เขต ได้แก่ ป่า lowland dipterocarp ป่าสนเขา ทุ่งหญ้าบนที่สูง และพุ่มไม้บนยอดเขา บริเวณภูเขาเป็นแหล่งที่พบกล้วยไม้และพืชกินแมลงหลายสายพันธุ์ ที่มีชื่อเสียงคือสายพันธุ์ Nepenthes&#8230; ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู.jpg"><img class="aligncenter wp-image-973" src="http://pongsakornth.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู.jpg" alt="อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู" width="400" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ภาพจาก <a href="http://may1849.blogspot.com/p/6.html">http://may1849.blogspot.com/p/6.html</a></p>
<div class="1"><b><span lang="TH">อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู </span></b><span lang="TH">หรือที่เรียกในภาษามาเลย์ว่า </span>Taman Negara Kinabalu <span lang="TH">เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกๆในมาเลเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. </span>2507 <span lang="TH">และเป็นสถานที่แห่งแรกในมาเลเซียที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในเดือน ธันวาคม พ.ศ. </span>2543 <span lang="TH">เนื่องจากถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งใน โลก</span></div>
<div class="1"><span lang="TH">อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว ทางตะวันออกของมาเลเซีย มีพื้นที่ </span>754 <span lang="TH">ตารางกิโลเมตร อยู่รอบๆภูเขาคินาบาลูซึ่งสูง </span>4,095.2 <span lang="TH">เมตร และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะบอร์เนียว</span></div>
<div class="1"><span lang="TH">ภายในอุทยานเป็นแหล่งที่อยู่ของพันธุ์พืชและสัตว์หลากหลายชนิด โดยแบ่งเขตแหล่งที่อยู่ออกตามสภาพทางภูมิศาสตร์ออกได้เป็น </span>4 <span lang="TH">เขต ได้แก่ ป่า</span> lowland dipterocarp <span lang="TH">ป่าสนเขา ทุ่งหญ้าบนที่สูง และพุ่มไม้บนยอดเขา บริเวณภูเขาเป็นแหล่งที่พบกล้วยไม้และพืชกินแมลงหลายสายพันธุ์ ที่มีชื่อเสียงคือสายพันธุ์ </span><i>Nepenthes rajah</i> <span lang="TH">และยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ประจำถิ่นอีกมากมาย เช่น ปลิงแดงยักษ์คินาบาลู ไส้เดือนยักษ์คินาบาลู นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้าคินาบาลู</span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://pongsakornth.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=972</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
